***ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์กดาวโจนส์ปิดลบเล็กน้อย, S&P500-Nasdaq ทำนิวไฮ รับความหวังเจรจาสันติภาพ


ข่าวต่างประเทศ Thursday April 16, 2026 06:27 ?สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)


ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเล็กน้อยในวันพุธ (15 เม.ย.) แต่ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ต่างก็ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากนักลงทุนขานรับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และมีความหวังว่าการเจรจาสันติภาพรอบใหม่ระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่านจะมีความคืบหน้า


ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 48,463.72 จุด ลดลง 72.27 จุด หรือ -0.15%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 7,022.95 จุด เพิ่มขึ้น 55.57 จุด หรือ +0.80% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 24,016.02 จุด เพิ่มขึ้น 376.93 จุด หรือ +1.59%


ดัชนี S&P500 และ Nasdaq ปิดในแดนบวกอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะดัชนี Nasdaq ที่ทำสถิติปิดบวกติดต่อกัน 11 วันทำการ โดยบรรยากาศการซื้อขายในตลาดได้รับแรงหนุนจากความหวังที่ว่าสหรัฐฯ และอิหร่านจะกลับสู่โต๊ะเจรจาสันติภาพอีกครั้งเพื่อยุติสงครามที่ยืดเยื้อ


ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐ กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (14 เม.ย.) ว่า การเจรจารอบใหม่กับอิหร่านอาจเกิดขึ้นภายใน 2 วันข้างหน้าในประเทศปากีสถาน ขณะที่แคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว กล่าวกับผู้สื่อข่าวในวันพุธว่า การหารือเกี่ยวกับการจัดเจรจาสันติภาพรอบที่ 2 กับอิหร่านนั้น กำลังดำเนินอยู่และมีความคืบหน้า แต่ได้ปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่า สหรัฐฯ เป็นฝ่ายร้องขอให้มีการหยุดยิง


นักวิเคราะห์ด้านกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจและการตลาดของ ClearBridge Investments ให้ความเห็นว่า มุมมองบวกเกี่ยวกับผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน และความหวังที่ว่าการเจรจาสันติภาพระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะมีความคืบหน้า เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นนิวยอร์ก โดยนักลงทุนมองว่าความคืบหน้าดังกล่าวจะช่วยคลี่คลายวิกฤตการณ์ในตลาดพลังงานและเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ นอกจากนี้ แม้ยังไม่มีความแน่นอนว่าภาวะชะงักงันด้านพลังงานจะยุติลงเมื่อใด แต่นักลงทุนมองว่าพัฒนาการในขณะนี้สะท้อนให้เห็นว่าความเสี่ยงกำลังลดน้อยลง


ดัชนี CBOE Volatility Index (VIX) ซึ่งเป็นมาตรวัดความวิตกกังวลของนักลงทุนในตลาดหุ้นนิวยอร์ก ลดลง 1.03% ปิดที่ระดับ 18.17 หลังจากร่วงลงแตะระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 26 ก.พ.


หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีปรับตัวขึ้นแข็งแกร่งที่สุดในดัชนี S&P500 โดยพุ่งขึ้น 2.08% ตามด้วยหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือยดีดตัวขึ้น 1.37% ส่วนหุ้นกลุ่มวัสดุปรับตัวลงมากที่สุด โดยร่วงลง 1.3% ตามด้วยหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมลดลง 1.24%


หุ้น Bank of America ปรับตัวขึ้น 1.8% และหุ้น Morgan Stanley ทะยานขึ้น 4.5% หลังจากธนาคารทั้งสองแห่งเปิดเผยกำไรรายไตรมาสที่แข็งแกร่ง และเป็นปัจจัยหนุนหุ้นกลุ่มการเงินในดัชนี S&P500 ดีดตัวขึ้น 0.8%


หุ้นกลุ่มธุรกิจควอนตัมคอมพิวติ้งพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง โดยหุ้น Rigetti Computing พุ่งขึ้นกว่า 13% ขณะที่หุ้น D-Wave Quantum ทะยานขึ้น 22.6% และหุ้น Arqit Quantum พุ่งขึ้นกว่า 16%


หุ้น Broadcom ปรับตัวขึ้น 4.2% หลังจาก Meta Platforms ประกาศขยายข้อตกลงซื้อชิปแบบสั่งทำพิเศษกับ Broadcom


หุ้น Snap พุ่งขึ้น 7.9% หลังจากบริษัทประกาศแผนปลดพนักงานประมาณ 1,000 คน เพื่อลดต้นทุนและนำปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานด้วยขนาดทีมที่เล็กลง



***ภาวะตลาดน้ำมันน้ำมัน WTI ปิดบวกเล็กน้อย ตลาดจับตาสหรัฐฯ-อิหร่านเจรจาสันติภาพ


ข่าวต่างประเทศ Thursday April 16, 2026 06:48 ?สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)


สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเพียงเล็กน้อยในวันพุธ (15 เม.ย.) ขณะที่นักลงทุนจับตาสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด หลังจากมีรายงานว่าการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงอยู่ในภาวะชะงักงัน ในขณะที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ส่งสัญญาณว่าการทำสงครามกับอิหร่านอาจจะสิ้นสุดลงในไม่ช้านี้


ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนพ.ค. เพิ่มขึ้น 1 เซนต์ หรือ 0.01% ปิดที่ 91.29 ดอลลาร์/บาร์เรล


สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 14 เซนต์ หรือ 0.15% ปิดที่ 94.93 ดอลลาร์/บาร์เรล


นักลงทุนยังคงติดตามสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ โดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลา 45 วันแล้ว ซึ่งทำให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ทั่วโลกราว 20% ต้องหยุดชะงักลง โดยปัจจุบันการสัญจรผ่านช่องแคบดังกล่าวยังคงมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับการสัญจรมากกว่า 130 ครั้งต่อวันก่อนเกิดสงคราม


สำนักข่าวฟาร์ส (Fars) ของอิหร่านรายงานโดยอ้างคำเตือนของผู้บัญชาการทหารระดับสูงว่า อิหร่านจะสกัดกั้นการนำเข้าและส่งออกสินค้าในพื้นที่อ่าวเปอร์เซีย ทะเลโอมาน และทะเลแดง หากสหรัฐฯ ยังคงเดินหน้าปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่าน ในขณะที่กองทัพสหรัฐฯ เปิดเผยในวันพุธว่า ตลอด 48 ชั่วโมงแรกของปฏิบัติการปิดล้อมทางทะเล ไม่มีเรือลำใดสามารถเล็ดลอดแนวกำลังทหารของสหรัฐฯ เพื่อเข้าหรือออกจากท่าเรือของอิหร่านได้เลย


อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวจากอิหร่านเปิดเผยกับสื่อว่า อิหร่านอาจพิจารณาอนุญาตให้เรือแล่นผ่านน่านน้ำฝั่งโอมานของช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างอิสระโดยไม่มีความเสี่ยงจากการถูกโจมตี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอที่อิหร่านได้ยื่นในการเจรจากับสหรัฐฯ โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องมีการบรรลุข้อตกลงเพื่อป้องกันการกลับมาเกิดความขัดแย้งรอบใหม่


ด้านปธน.ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว FOX News เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (14 เม.ย.) ว่า สงครามกับอิหร่านในขณะนี้ใกล้จะยุติลงแล้ว โดยการให้สัมภาษณ์ดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่เขาเปิดเผยกับสื่ออีกรายหนึ่งในวันเดียวกันว่า การเจรจารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน อาจเกิดขึ้นภายใน 2 วันข้างหน้าในประเทศปากีสถาน


นอกจากนี้ นักลงทุนยังคงจับตาความเคลื่อนไหวในองค์กรของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) หลังจากปธน.ทรัมป์ขู่จะปลดเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ออกจากตำแหน่งสมาชิกคณะผู้ว่าการเฟด หากพาวเวลไม่ยอมสละเก้าอี้ดังกล่าวพร้อมกับวาระการดำรงตำแหน่งประธานเฟดที่จะสิ้นสุดลงในวันที่ 15 พ.ค. นี้ นับเป็นการยกระดับความขัดแย้ง และส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนผ่านอำนาจภายในเฟดที่ปกติมักดำเนินไปอย่างราบรื่น


นักวิเคราะห์กังวลว่า การนำการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยอาจลดความสามารถของเฟดในการควบคุมเงินเฟ้อ โดยตลอดเวลาที่ผ่านมานั้น ปธน.ทรัมป์ต้องการให้เฟดปรับลดดอกเบี้ย ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนของผู้บริโภค และกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจรวมถึงความต้องการใช้น้ำมัน


ตลาดได้รับแรงหนุนในระหว่างวัน หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐฯ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลง 913,000 บาร์เรล แตะที่ 463.8 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 10 เม.ย. สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 154,000 บาร์เรล


ส่วนสต็อกน้ำมันเบนซินลดลง 6.3 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 232.9 ล้านบาร์เรล และสต็อกน้ำมันกลั่น ซึ่งรวมถึงฮีตติ้งออยล์และน้ำมันดีเซล ลดลง 3.1 ล้านบาร์เรล แตะระดับ 111.6 ล้านบาร์เรล


***ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดลบ $26.50 จากแรงขายทำกำไร นลท.จับตาเจรจาสหรัฐฯ-อิหร่าน


ข่าวต่างประเทศ Thursday April 16, 2026 07:07 ?สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (IQ)


สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันพุธ (15 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนกำลังประเมินสถานการณ์ล่าสุดระหว่างสหรัฐอเมริกากับอิหร่าน รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)


สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนมิ.ย. ลดลง 26.50 ดอลลาร์ หรือ 0.55% ปิดที่ 4,823.60 ดอลลาร์ต่อออนซ์


นักวิเคราะห์จาก Kitco Metals กล่าวว่า ทองคำเผชิญกับแรงขายทำกำไรเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นสถานการณ์ที่ปกติ หลังจากราคาทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่นักลงทุนยังคงจับตาแรงกดดันด้านเงินเฟ้อและผลกระทบที่จะมีต่อทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด


สำหรับสถานการณ์ล่าสุดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านนั้น ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (14 เม.ย.) ว่า สงครามกับอิหร่านในขณะนี้ใกล้จะยุติลงแล้ว นอกจากนี้ เขายังเปิดเผยในวันเดียวกันว่า การเจรจารอบใหม่ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน อาจเกิดขึ้นภายใน 2 วันข้างหน้าในประเทศปากีสถาน


ราคาน้ำมันขยับขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังคงเผชิญกับข้อจำกัด โดยกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ได้ปิดช่องแคบฮอร์มุซเป็นเวลา 45 วันแล้ว ซึ่งทำให้การขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ทั่วโลกราว 20% อยู่ในภาวะชะงักงัน โดยปัจจุบันการสัญจรผ่านช่องแคบดังกล่าวยังคงมีสัดส่วนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อเทียบกับการสัญจรมากกว่า 130 ครั้งต่อวันก่อนเกิดสงคราม


ออสแตน กูลส์บี ประธานเฟดสาขาชิคาโกกล่าวว่า เฟดอาจจำเป็นต้องรอจนถึงปี 2570 จึงจะสามารถปรับลดอัตราดอกเบี้ยได้ หากราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงเป็นเวลานานอันเนื่องมาจากสงครามอิหร่านนั้น ทำให้การบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ของเฟดต้องล่าช้าออกไป


ปัจจุบัน ตลาดมองว่ามีโอกาสเพียง 32% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยในปีนี้